ปัญหาของนักวาดภาพประกอบ
posted on 02 Nov 2009 17:38 by shewhohasnofate
เมื่อวันก่อนเพิ่งโทรคุยกับเพื่อนมา ถามเรื่องข่าวคราวว่าตอนนี้ทุกคนไปทำอะไรที่ไหนกันบ้าง..
ได้ใจความว่า เพื่อนAไปขายกาแฟ เพื่อนBไปเปิดร้านสกรีนเสื้อ เพื่อนC กำลังจะทำเฟอร์นิเจอร์ขาย.. ส่วนที่เหลือถ้าไม่ทำงานประจำ ก็ไปอยู่ต่างประเทศกันหมด
เพื่อนๆที่เราพูดถึงนี่คือเป็นกลุ่มคนที่ทำงานภาพประกอบและอนิเมชันนะคะ สายงานอื่นเราไม่รู้อะ ทุกๆคน..เลิกรับงานฟรีแลนซ์ในเมืองไทยกันไปหมดแล้ว เนื่องจาก..
เพื่อนC"มัน...จบแล้ว"
เพื่อนB"ทำแล้วไม่มีอนาคต"
ได้ยินแล้วก็ใจหายนะ ทำไมถึงหมดไฟกันง่ายๆอย่างนี้ละ แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่เพื่อนพูดมามันเป็นความจริง เราทำงานในสายงานภาพประกอบมาหลายปีอยู่ ช่วงแรกๆตอนที่เศรษฐกิจดีก็ไม่มีปัญหา แต่พอเศรษฐกิจเริ่มตก..ปัญหาก็ตามมา จะบอกว่าเศรษฐกิจตก งานก็น้อยลงเหรอคะ? ไม่ใช่เลย งานน้อยลงนิดหน่อย แต่ที่แทบไม่ได้เลยก็คือ.. ค่าแรงค่ะ
ไม่รุ้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจชัดเจน เอาเป็นว่าเรายกเคสแต่ละเคสมาเล่าให้ฟังเลยแล้วกัน
เคส1 แก้อุตลุด
งานก็คือให้เราเขียนภาพประกอบที่อาจมีทั้งความยากและง่ายสลับกันไป แต่จะให้เราแก้บ่อยมาก ทั้งแบบมีเหตุผลและไม่มีเหตุผล (ตอนบอกให้ทำมักจะบอกว่างานเร่งแต่กลับให้แก้เยอะซะจนเวลาผ่านไปเป็นเดือนๆ สรุปไม่เร่งสินะ?) ครั้งหนึ่งที่เราเคยเจอ- ทุกครั้งพอวาดเสร็จบก.ก็จะเอาไปแจกจ่ายให้กับทุกคนในสำนักพิมพ์ดูว่ามีตรงไหนไม่พอใจหรือเปล่า(คนเดียวก็จุกจิกพอแล้ว นี่ให้ตั้งกี่คนดู แล้วมันจะไม่แก้ได้ยังไง) แถมยังมี "ผู้เขียน" ซึ่งเป็นตัวเฮดใหญ่ บางครั้งเราแก้ไปแล้วห้าหกที นึกว่าผ่านแล้ว ถ้าผู้เขียนไม่พอใจเราก็ต้องกลับมาแก้ใหม่ เราตัดสินใจเลิกทำเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 8 เดือน ซึ่งทางสำนักพิมพ์ก็ตกลงจะจ่ายค่าจ้างส่วนที่เราวาดไปให้จำนวน 10000กว่าๆ(มันนานแล้วจำตัวเลขไม่ได้ค่ะ) แต่ตัวสัญญาที่เค้าส่งมาให้เราอ่านนั้น ทำเอาเราน้ำตาตก ในใบสัญญาเขียนว่า "การจ่ายเงินในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยืนยันว่างานเสร็จ ผู้วาดยังต้องแก้ไขต่อไปในกรณีที่สำนักพิมพ์ต้องการ จนกว่าหนังสือจะพิมพ์"... ถ้าคิดจะพิมพ์ปีหน้าหมายความว่าเรายังต้องทำไปอีกสักปีโดยไม่ได้เงินเหรอคะ? ... เราไม่เซ็นสัญญาฉบับนั้นค่ะ แล้วเราก็เลิกคุยกับสำนักพิมพ์นั้นไปเลย
เคส 2 ก็ไม่ได้เอาไปใช้ ก็ไม่จ่าย
แนวนี้ลูกค้าจะติดต่อเรามาก่อน ถามว่าเราพอจะทำงานแนวนี้ๆๆได้มั้ย พอเราบอกว่าได้ เค้าก็จะให้เราส่งตัวอย่างไปให้ดู หลังจากนั้นเค้าจะติดต่อกลับมาหาถ้าเค้าคิดว่าสไตล์เราโอเค ก็จะมีการบอกรายละเอียดงาน ให้เราเสก็ตชไป อาจจะมีแก้นิดหน่อย หรือไม่มี จนกระทั่งให้เราทำงานจริง..
เมื่อส่งงานเสร็จแล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือ รอ รอ รอ................................... และรอค่ะ พอถึงวันฤกษ์งามยามดี เราก็จะรู้สึกว่านานไปแล้วนะ โทไปถามดีกว่า แล้วเราก็จะได้คำตอบจากปลายสายประมาณว่า ยกเลิกโปรเจค ไม่ได้ตีพิมพ์ หรืออย่างแย่ก็คือเอางานคนอื่นมาพิมพ์(ซึ่งแน่นอนคงคิดราคาถูกกว่าเรา)
(เคสแนวนี้จะเจอบ่อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะมารู้ทีหลังว่าลูกค้าไม่ได้จ้างเราคนเดียว เค้าจะโทไปหานักวาดที่อยู่ในลิสต์หลายๆคนแล้วก็ให้วาดตัวอย่างมา คนไหนวาดถูกใจก็เอาของคนนั้น ส่วนที่เหลือก็ปล่อยไป ถือว่าไม่ได้เอาไปใช้)
เคส 3 ค่าแรงจ่ายเมื่อตีพิมพ์ไปแล้วเป็นเวลา .....1เดือน-ชาติหน้า
เคสนี้เจอกันทั่วไปค่ะ กฎของสำนักพิมพ์คือเมื่อพิมพ์แล้วถึงจะจ่าย... ถ้าเจอสำนักพิมพ์ดีหน่อยก็จ่ายไว เจอสำนักพิมพ์แย่หน่อยอาจรอยันครึ่งปีถึงปีนึง ทนไม่ไหวเหรอคะ? สำนักพิมพ์ก็จ้างคนอื่นค่ะ งี่เง่านัก เราเคยได้ยินคำพูดเจ้าของสำนักพิมพ์คนนึงพูดว่า "ทำงานต้องให้นักเขียนง้อสำนักพิมพ์ ไม่ใช่ให้สำนักพิมพ์ไปง้อนักเขียน"..
ก็ไม่ได้ต้องการให้สำนักพิมพ์มากราบไหว้อะไรขนาดนั้นนะคะ แค่อยากให้มีศีลธรรมและสัจจะ จ่ายเงินตรงตามเวลาที่สัญญากันเท่านั้นเอง ระบบศักดินาเค้ายกเลิกไปตั้งนานแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าไปทำกรรมอะไรไว้ให้ถึงต้องมาทำงานภาพประกอบฟรีชดใช้กันแบบนี้
(อนิเมชันนี่เราไม่ค่อยรู้ปัญหาภายในวงการเท่าไหร่นะ แต่คนที่รู้จักก็ออกมาเปิดทำอะไรกันเองหมดแล้วเช่นกัน)
ปัญหาทุกอย่างที่เจอมานี่อาจจะแก้ได้ง่ายๆโดยการเขียนสัญญาขึ้นมาเองให้ชัดเจนก่อนที่จะเริ่มทำงานกับลูกค้า(หรือสำนักพิมพ์) นะคะ แต่ก็เหอะ.. สำนักพิมพ์ไหนพอเห็นนักวาดหัวหมอขึ้นมานิด คิดแพงขึ้นมาหน่อยก็ไม่จ้างแล้วค่ะ เพื่อนเราเคยบอกว่ามีคนรู้จักโทมาบอกให้แนะนำเด็กทำงานให้หน่อย "ขอเด็กเพิ่งจบนะ เพราะพวกนี้จะยอมทำทุกอย่าง สั่งอะไรก็ทำ เงินน้อยก็ไม่เกี่ยง ถือว่าเก็บประสบการณ์" <--เพื่อนเราได้ยินแล้วปวดตับ ไม่โทรกลับไปอีกเลย
แถมวันก่อนเพื่อนเราไปนั่งกินกาแฟ ได้ยินโต๊ะข้างๆคุยกัน จับใจความว่าเป็น organiser เพื่อนเราบอกสองคนนั้นเค้าคุยเรื่องวิธีการทำงานประมาณว่า ก็จัดการวางแผนระเบียบการอะไรทุกอย่าง พอถึงขั้นดีไซน์ก็จ้างฟรีแลนซ์ทำ ถ้าลูกค้าเกิดไม่พอใจเราก็ไม่ต้องจ่ายก็ได้ บอกเค้าไปว่าเราไม่ได้ใช้...
"เวลาไปเสนอลูกค้าเราก็บอกว่าเราไม่คิดค่าdesign"
ได้ยินแล้วอยากจะฆ่ามัน....
เราคิดว่าจริงๆแล้วความผิดก็อาจจะตกอยู่ที่เราส่วนนึงด้วยตรงที่ว่า นิสัยนักวาดส่วนใหญ่จะไม่กล้ามีปากเสียง กลัวว่าถ้าคิดราคาสูงหน่อย ตุกติกไม่ยอมเค้าขึ้นมาหน่อย เค้าก็จะไม่จ่ายเงิน หรือไปจ้างคนอื่น แล้วเราก็จะอ้างเหตุผลที่ว่า ไม่เป็นไรหรอก เราทำงานนี้เพราะใจรักนี่นา.. (ลูกค้าเค้าก็คงคิดอย่างนั้นเหมือนกันอะนะ เหล่านักเขียนทำด้วยใจรัก ไม่ได้ตังค์ก็คงไม่บ่น)
ถ้าเราเหล่านักเขียนมารวมตัวกัน ลองคิดเรทเงินที่เป็นมาตรฐาน ไม่ให้ใครคิดราคาต่ำไป หรือ ช่วยกันคิดร่างสัญญาสำหรับนักวาดโดยที่จะทำให้เราไม่ถูกสำนักพิมพ์หลายๆที่เอาเปรียบได้ บางทีอนาคตของอาชีพนี้อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นก็ได้นะคะ
...แต่มันก็เป็นเพียงความคิดน่ะนะ
ได้ใจความว่า เพื่อนAไปขายกาแฟ เพื่อนBไปเปิดร้านสกรีนเสื้อ เพื่อนC กำลังจะทำเฟอร์นิเจอร์ขาย.. ส่วนที่เหลือถ้าไม่ทำงานประจำ ก็ไปอยู่ต่างประเทศกันหมด
เพื่อนๆที่เราพูดถึงนี่คือเป็นกลุ่มคนที่ทำงานภาพประกอบและอนิเมชันนะคะ สายงานอื่นเราไม่รู้อะ ทุกๆคน..เลิกรับงานฟรีแลนซ์ในเมืองไทยกันไปหมดแล้ว เนื่องจาก..
เพื่อนC"มัน...จบแล้ว"
เพื่อนB"ทำแล้วไม่มีอนาคต"
ได้ยินแล้วก็ใจหายนะ ทำไมถึงหมดไฟกันง่ายๆอย่างนี้ละ แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่เพื่อนพูดมามันเป็นความจริง เราทำงานในสายงานภาพประกอบมาหลายปีอยู่ ช่วงแรกๆตอนที่เศรษฐกิจดีก็ไม่มีปัญหา แต่พอเศรษฐกิจเริ่มตก..ปัญหาก็ตามมา จะบอกว่าเศรษฐกิจตก งานก็น้อยลงเหรอคะ? ไม่ใช่เลย งานน้อยลงนิดหน่อย แต่ที่แทบไม่ได้เลยก็คือ.. ค่าแรงค่ะ
ไม่รุ้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจชัดเจน เอาเป็นว่าเรายกเคสแต่ละเคสมาเล่าให้ฟังเลยแล้วกัน
เคส1 แก้อุตลุด
งานก็คือให้เราเขียนภาพประกอบที่อาจมีทั้งความยากและง่ายสลับกันไป แต่จะให้เราแก้บ่อยมาก ทั้งแบบมีเหตุผลและไม่มีเหตุผล (ตอนบอกให้ทำมักจะบอกว่างานเร่งแต่กลับให้แก้เยอะซะจนเวลาผ่านไปเป็นเดือนๆ สรุปไม่เร่งสินะ?) ครั้งหนึ่งที่เราเคยเจอ- ทุกครั้งพอวาดเสร็จบก.ก็จะเอาไปแจกจ่ายให้กับทุกคนในสำนักพิมพ์ดูว่ามีตรงไหนไม่พอใจหรือเปล่า(คนเดียวก็จุกจิกพอแล้ว นี่ให้ตั้งกี่คนดู แล้วมันจะไม่แก้ได้ยังไง) แถมยังมี "ผู้เขียน" ซึ่งเป็นตัวเฮดใหญ่ บางครั้งเราแก้ไปแล้วห้าหกที นึกว่าผ่านแล้ว ถ้าผู้เขียนไม่พอใจเราก็ต้องกลับมาแก้ใหม่ เราตัดสินใจเลิกทำเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 8 เดือน ซึ่งทางสำนักพิมพ์ก็ตกลงจะจ่ายค่าจ้างส่วนที่เราวาดไปให้จำนวน 10000กว่าๆ(มันนานแล้วจำตัวเลขไม่ได้ค่ะ) แต่ตัวสัญญาที่เค้าส่งมาให้เราอ่านนั้น ทำเอาเราน้ำตาตก ในใบสัญญาเขียนว่า "การจ่ายเงินในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยืนยันว่างานเสร็จ ผู้วาดยังต้องแก้ไขต่อไปในกรณีที่สำนักพิมพ์ต้องการ จนกว่าหนังสือจะพิมพ์"... ถ้าคิดจะพิมพ์ปีหน้าหมายความว่าเรายังต้องทำไปอีกสักปีโดยไม่ได้เงินเหรอคะ? ... เราไม่เซ็นสัญญาฉบับนั้นค่ะ แล้วเราก็เลิกคุยกับสำนักพิมพ์นั้นไปเลย
เคส 2 ก็ไม่ได้เอาไปใช้ ก็ไม่จ่าย
แนวนี้ลูกค้าจะติดต่อเรามาก่อน ถามว่าเราพอจะทำงานแนวนี้ๆๆได้มั้ย พอเราบอกว่าได้ เค้าก็จะให้เราส่งตัวอย่างไปให้ดู หลังจากนั้นเค้าจะติดต่อกลับมาหาถ้าเค้าคิดว่าสไตล์เราโอเค ก็จะมีการบอกรายละเอียดงาน ให้เราเสก็ตชไป อาจจะมีแก้นิดหน่อย หรือไม่มี จนกระทั่งให้เราทำงานจริง..
เมื่อส่งงานเสร็จแล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือ รอ รอ รอ................................... และรอค่ะ พอถึงวันฤกษ์งามยามดี เราก็จะรู้สึกว่านานไปแล้วนะ โทไปถามดีกว่า แล้วเราก็จะได้คำตอบจากปลายสายประมาณว่า ยกเลิกโปรเจค ไม่ได้ตีพิมพ์ หรืออย่างแย่ก็คือเอางานคนอื่นมาพิมพ์(ซึ่งแน่นอนคงคิดราคาถูกกว่าเรา)
(เคสแนวนี้จะเจอบ่อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะมารู้ทีหลังว่าลูกค้าไม่ได้จ้างเราคนเดียว เค้าจะโทไปหานักวาดที่อยู่ในลิสต์หลายๆคนแล้วก็ให้วาดตัวอย่างมา คนไหนวาดถูกใจก็เอาของคนนั้น ส่วนที่เหลือก็ปล่อยไป ถือว่าไม่ได้เอาไปใช้)
เคส 3 ค่าแรงจ่ายเมื่อตีพิมพ์ไปแล้วเป็นเวลา .....1เดือน-ชาติหน้า
เคสนี้เจอกันทั่วไปค่ะ กฎของสำนักพิมพ์คือเมื่อพิมพ์แล้วถึงจะจ่าย... ถ้าเจอสำนักพิมพ์ดีหน่อยก็จ่ายไว เจอสำนักพิมพ์แย่หน่อยอาจรอยันครึ่งปีถึงปีนึง ทนไม่ไหวเหรอคะ? สำนักพิมพ์ก็จ้างคนอื่นค่ะ งี่เง่านัก เราเคยได้ยินคำพูดเจ้าของสำนักพิมพ์คนนึงพูดว่า "ทำงานต้องให้นักเขียนง้อสำนักพิมพ์ ไม่ใช่ให้สำนักพิมพ์ไปง้อนักเขียน"..
ก็ไม่ได้ต้องการให้สำนักพิมพ์มากราบไหว้อะไรขนาดนั้นนะคะ แค่อยากให้มีศีลธรรมและสัจจะ จ่ายเงินตรงตามเวลาที่สัญญากันเท่านั้นเอง ระบบศักดินาเค้ายกเลิกไปตั้งนานแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าไปทำกรรมอะไรไว้ให้ถึงต้องมาทำงานภาพประกอบฟรีชดใช้กันแบบนี้
(อนิเมชันนี่เราไม่ค่อยรู้ปัญหาภายในวงการเท่าไหร่นะ แต่คนที่รู้จักก็ออกมาเปิดทำอะไรกันเองหมดแล้วเช่นกัน)
ปัญหาทุกอย่างที่เจอมานี่อาจจะแก้ได้ง่ายๆโดยการเขียนสัญญาขึ้นมาเองให้ชัดเจนก่อนที่จะเริ่มทำงานกับลูกค้า(หรือสำนักพิมพ์) นะคะ แต่ก็เหอะ.. สำนักพิมพ์ไหนพอเห็นนักวาดหัวหมอขึ้นมานิด คิดแพงขึ้นมาหน่อยก็ไม่จ้างแล้วค่ะ เพื่อนเราเคยบอกว่ามีคนรู้จักโทมาบอกให้แนะนำเด็กทำงานให้หน่อย "ขอเด็กเพิ่งจบนะ เพราะพวกนี้จะยอมทำทุกอย่าง สั่งอะไรก็ทำ เงินน้อยก็ไม่เกี่ยง ถือว่าเก็บประสบการณ์" <--เพื่อนเราได้ยินแล้วปวดตับ ไม่โทรกลับไปอีกเลย
แถมวันก่อนเพื่อนเราไปนั่งกินกาแฟ ได้ยินโต๊ะข้างๆคุยกัน จับใจความว่าเป็น organiser เพื่อนเราบอกสองคนนั้นเค้าคุยเรื่องวิธีการทำงานประมาณว่า ก็จัดการวางแผนระเบียบการอะไรทุกอย่าง พอถึงขั้นดีไซน์ก็จ้างฟรีแลนซ์ทำ ถ้าลูกค้าเกิดไม่พอใจเราก็ไม่ต้องจ่ายก็ได้ บอกเค้าไปว่าเราไม่ได้ใช้...
"เวลาไปเสนอลูกค้าเราก็บอกว่าเราไม่คิดค่าdesign"
ได้ยินแล้วอยากจะฆ่ามัน....

เราคิดว่าจริงๆแล้วความผิดก็อาจจะตกอยู่ที่เราส่วนนึงด้วยตรงที่ว่า นิสัยนักวาดส่วนใหญ่จะไม่กล้ามีปากเสียง กลัวว่าถ้าคิดราคาสูงหน่อย ตุกติกไม่ยอมเค้าขึ้นมาหน่อย เค้าก็จะไม่จ่ายเงิน หรือไปจ้างคนอื่น แล้วเราก็จะอ้างเหตุผลที่ว่า ไม่เป็นไรหรอก เราทำงานนี้เพราะใจรักนี่นา.. (ลูกค้าเค้าก็คงคิดอย่างนั้นเหมือนกันอะนะ เหล่านักเขียนทำด้วยใจรัก ไม่ได้ตังค์ก็คงไม่บ่น)
ถ้าเราเหล่านักเขียนมารวมตัวกัน ลองคิดเรทเงินที่เป็นมาตรฐาน ไม่ให้ใครคิดราคาต่ำไป หรือ ช่วยกันคิดร่างสัญญาสำหรับนักวาดโดยที่จะทำให้เราไม่ถูกสำนักพิมพ์หลายๆที่เอาเปรียบได้ บางทีอนาคตของอาชีพนี้อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นก็ได้นะคะ
...แต่มันก็เป็นเพียงความคิดน่ะนะ
Tags: ปัญหา, ฟรีแลนซ์, วาดภาพประกอบ5 Comments
ซึ่งถ้าไม่มีงานเข้า สุดท้ายก็ต้องอ่อนให้ทาง สนพ. อยู่ดี (โอ๊ย จิตตกง่าาา)
ขอเด็กเพิ่งจบนะ เพราะพวกนี้จะยอมทำทุกอย่าง สั่งอะไรก็ทำ เงินน้อยก็ไม่เกี่ยง ถือว่าเก็บประสบการณ์----------------แง่ง จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน
#1 By ปลาทองคะนองศึก on 2009-11-02 20:54